วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Banana

กล้วย

เป็นไม้ผลที่คนไทยรู้จักกันมานาน เนื่องจากกล้วยมีถิ่นกำเนิดในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งในภูมิภาค    ดังกล่าว จากการศึกษาพบว่า กล้วยมีวิวัฒนาการถึง ๕๐ ล้านปีมาแล้ว ดังนั้นจึง  เป็นไม้ผลที่มนุษย์รู้จักบริโภคเป็นอาหารกันอย่างแพร่หลาย เชื่อกันว่ากล้วยเป็นไม้ผลชนิดแรกที่มีการปลูกเลี้ยงไว้ตามบ้าน และได้แพร่พันธุ์จากเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปยังดินแดนอื่นๆ                                                                   

สรรพคุณของกล้วย

             กล้วยน้ำว้าดิบ บรรเทาอาการท้องเดินชนิดไม่รุนแรงได้ค่ะ เพราะมี สานแทนนิน ที่มีรสฝาด ตามตำราโบราณบอกไว้ว่า ให้รับประทานกล้วยน้ำว้าห่ามๆ ครั้งละครึ่งถึงหนึ่งผล หรืออีกวิธีหนึ่ง คือ ให้นำกล้วยน้ำว้าดิบมาฝานเป็นแว่นบางๆ ตากแดดให้แห้ง บดเป็นผงแล้วนำมาชงน้ำร้อนดื่มก็ได้ผลเช่นกันค่ะ
ส่วนกล้วยน้ำว้าสุก ให้ผลในทางกลับกันค่ะ คือมีฤทธิ์เป็นยาระบาย เพราะมี สารเพกทิน ที่เป็นเมือกลื่นอยู่สูง จะรับประทานเปล่าๆ หรือดองในน้ำผึ้งรับประทานก่อนนอนก็ได้ค่ะ

-กล้วยป่า (Musa acuminata) กล้วยป่ามีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลมีขนาดเล็กไม่มีเหลี่ยมปลายมน เปลือกบางสีเขียวอมเหลือง เนื้อสีเหลืองรสหวานหอม มีเมล็ดมาก

-กล้วยตานี (Musa balbisiana) มีถิ่นกำเนิดทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย หรือเอเชียใต้ ผลมีเม็ดเยอะไม่นิยมนำมากิน ปลีใช้ปรุงอาหาร (เป็นปลีที่อร่อยกว่ากล้วยใด ๆ) เหง้าใช้ทำแกงคั่วได้ ผลอ่อนมีรสฝาดนิดหน่อย ใช้เป็นเครื่องเคียงของเมี่ยงอิสาน หรือ แกงกับมะเฟืองเปรี้ยว หรือเผาแล้วลาบกับนกเขาก็อร่อยดี หรือจะสับเป็นเส้นแล้วตำปลาร้า ใส่มะขามเปียกเยอะๆ ก็อร่อยใช้ทำส้มตำ แต่ต้องเลือกลูกที่ผ่าออกมาแล้วเม็ดเป็นสีขาวถึงจะอ่อนจริง ผลแก่ใช้นำมาทำน้ำส้ม ไม่นิยมกิน
-กล้วยหักมุก ผลสุกรสหวานอร่อย นิยมนำมาปิ้งทานค่ะ

-กล้วยเล็บมือนาง
เครือผลเล็ก และมีขนสีน้ำตาลปกคลุมตามก้านเครือและก้านหวี ผลเรียว เมื่อสุกมีสีเหลืองเข้ม เนื้อแน่น รสหวานหอมคล้ายกล้วยหอม นิยมกินผลสุกหรือทำเป็นกล้วยตาก ปลูกได้ทุกภาค และโดยเฉพาะภาคใต้ที่จังหวัดชุมพร กล้วยเล็บมือนางของชุมพรรสชาติดีที่สุด ใครมาเที่ยวชุมพรก็คงเห็นกล้วยเล็บมือนาง และมีขายกันเกือบทุกหนแห่ง และถ้าเข้าไปในเขตเมือง หรือตามตลาดสด ก็จะเห็นกองขายอยู่มากมาย
กล้วยเล็บมือนาง ลักษณะผลจะเรียวเล็กคล้ายนิ้วมือสุภาพสตรี เนื้อสีเหลือง รสหวาน ผลไม่ใหญ่นักแต่มีกลิ่นคล้ายกล้วยหอม และมีรสชาติหวานทั้งกลิ่นและรสหวานจะมีลักษณะเฉพาะตัว บางคนบอกว่าหวานแบบฉุนเล็กน้อย บางคนก็บอกว่าหวานหอม
กล้วยเล็บมือนาง เป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการและให้พลังงาน มีสารอาหารที่สำคัญ ได้แก่คาร์โบไฮเดรต วิตามินและเกลือแร่ กล้วยเล็บมือนางสุกให้รสชาติดี เนื้อนุ่มรสหวานและมีกลิ่นหอม กล้วยเล็บมือนางสามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีรสชาติต่างไปจากกล้วยสุก เช่น ผลิตภัณฑ์ผลไม้แผ่นและอบแห้ง

กล้วยไข่ ให้พลังงานมากที่สุดในบรร***ล้วยทุกชนิด คือ 140 แคลอรี่ จากปริมาณ 100 กรัมที่รับประทาน ทั้งยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ คือ เบต้าแคโรทีน มากที่สุดซึ่งมีถึง 492 มิลลิกรัม สูงกว่ากล้วยหอมประมาณ 5 เท่าค่ะ สารเบต้าแคโรทีนจะถูกตับเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ มีสรรพคุณช่วยบำรุงสายตาและผิวหนังค่ะ

กล้วยหอมทองกล้วยหอมเขียว มีโปตัสเซียมสูง ทำให้ระบบประสาทและกล้ามเนื้อทำงานได้ดีค่ะ และโปตัสเซียมยังช่วยในการทำงานของสมอง ทำให้สมองได้รับออกซิเจนมากขึ้นด้วย ทั้งยังมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสมากกว่ากล้วยชนิดอื่น แต่ให้พลังงานน้อยกว่ากล้วยไข่และกล้วยน้ำว้า
กล้วยหอมสุก น้ำตาลหลายชนิด มีสารเพคติน โปรตีน วิตามินเอและซี และมีสารที่ทำให้เกิดกลิ่นหอม คือ Amly Scetatea ค่ะ ถ้าหากรับประทานกล้วยหอม 100 กรัม จะได้รับพลังงาน 130 แคลอรี่ค่ะ

-กล้วยกล้าย กล้วยเล็บช้างกุด

ต้องนำมาทำให้สุกด้วยความร้อน กล้วยเหล่านี้มีแป้ง เมื่อดิบมีแป้งมาก เนื้อค่อนข้างแข็ง เมื่อสุกยังมีส่วนของแป้งอยู่มากกว่ากล้วยกินสดมาก เนื้อจึงไม่ค่อยนิ่ม รสไม่หวาน ต้องนำมาต้ม เผา ปิ้ง เชื่อม จึงจะทำให้อร่อย รสชาติดีขึ้น




                                                                         
                                                                   




ประโยชน์ของการกินกล้วย

  1. ช่วยลดกลิ่นปากได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ควรทานหลังตื่นนอนตอนเช้าทันทีแล้วค่อยแปรงฟัน และถ้าเป็นกล้วยน้ำว้าจะยิ่งช่วยลดกลิ่นปากได้ดีขึ้น
  2. กล้วย ช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกายให้เป็นปกติ
  3. กล้วยอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆที่สำคัญและจำเป็นต่อร่างกาย เช่น ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม คาโบไฮเดรต โปรตีน วิตามินเอ วิตามินบี6 วิตามินบี12 และวิตามินซี
  4. ช่วยเพิ่มพลังให้แก่สมองของคุณ เพราะมีสารที่ช่วยทำให้มีเกิดสมาธิและมีการตื่นตัวตลอดเวลา
  5. กล้วยก็มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระเหมือนกันนะ ที่ช่วยในการชะลอความแก่ตัวของร่างกายนั่นเอง
  6. กล้วยมีส่วนช่วยในการลดความอ้วนได้ เพราะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือกช่วยให้ลดอาการอยากกินของจุกจิกลงได้พอสมควร
  7. สำหรับผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับ กล้วยคือคำตออบสำหรับคุณ
  8. อาการหงุดหงิดยามเช้า กล้วยก็ช่วยคุณได้เหมือนกัน
  9. ช่วยลดอาการหงุดหงิดของผู้หญิงในช่วงประจำเดือนมา
  10. ช่วยลดอาการเมาค้างได้ดีระดับหนึ่ง เพราะจะช่วยชดเชยน้ำตาลที่ร่างกายขาดไปในขณะดื่มแอลกอฮอล์
  11. เป็นตัวช่วยสำหรับผู้ที่ต้องการอยากเลิกสูบบุหรี่ เพราะในกล้วยมีวิตามินเอ ซี บี6 บี12 โพรแทสเซียม และแมกนีเซียมที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้นจากการเลิกนิโคติน
  12. ช่วยรักษาอาการท้องผูก เพราะกล้วยมีเส้นใยและกากอาหารซึ่งจะช่วยให้ขับถ่ายได้อย่างปกติ
  13. ช่วยบรรเทาอาการของริดสีดวงทวาร หรือในขณะขับถ่ายจะมีเลือดออกมา
  14. ช่วยลดอาการเสียดท้อง ลดกรดในกระเพาะ การกินกล้วยจะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายจากอาการนี้ได้
  15. ช่วยรักษาโรคโลหิตจางได้ เพราะในกล้วยมีธาตุเหล็กสูง ซึ่งจะช่วยในการผลิตฮีโมโกลบินในเลือด เพื่อรักษาภาวะโลหิตจางหรือผู้ที่อยู่ในสภาวะขาดกำลัง
  16. ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง หรือเส้นเลือดฝอยแตกได้
  17. ช่วยลดโอกาสเสี่ยงของการเกิดเส้นโลหิตแตกได้
  18. สำหรับผู้ที่เป็นโรคกระเพาะหรือกระเพาะอักเสบ การรับประทานกล้วยบ่อยๆ ถือเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะกล้วยมีสภาพเป็นกลาง มีความนิ่มและเส้นใยสูง
  19. ช่วยรักษาแผลในลำไส้เรื้อรัง เพราะกล้วยมีสภาพเป็นกลาง ทำให้ไม่เกิดการละคายเคืองในผนังลำไส้และกระเพาะอาหารด้วย
  20. ช่วยรักษาโรคซึมเศร้า ภาวะความเครียด เพราะกล้วยมีโปรตีนชิดหนึ่งที่เรียกว่า Tryptophan ซึ่งช่วยในการผลิตสาร Serotonin หรือ ฮอร์โมนแห่งความสุข จึงส่วนช่วยในการผ่อนคลายอารมณ์ได้ดียิ่งขึ้น
  21. ช่วยลดอัตราการเกิดตะคริวบริเวณมือ เท้า และน่องได้
  22. ช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องของมารดาลงได้
  23. กล้วย สรรพคุณช่วยบรรเทาอาการนิ่วในไตได้ในระดับหนึ่ง

        

ประโยชน์ของกล้วย

  1. กล้วยก็สามารถนำมาทำเป็นมาส์กหน้าได้เหมือนกันนะ โดยจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว ช่วยลดความหยาบกร้านบนผิว วิธีง่ายๆ เพียงแค่ใช้กล้วยสุกหนึ่งผลมาบดให้ละเอียด แล้วเติมน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นคลุกให้เข้ากัน แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก
  2. เปลือกกล้วยสามารถแก้ผื่นคันที่เกิดจากยุงกัดได้ ด้วยการลองใช้ด้านในของเปลือกกล้วยทาบริเวณที่ถูกยุงกัด อาการคันจะลดลงไปได้ระดับหนึ่ง
  3. เปลือกด้านในของกล้วยช่วยในการรักษาโรคหูดบนผิวหนังได้ โดยใช้เปลือกกล้วยวางปดลงบริเวณหูดแล้วใช้เทปแปะไว้
  4. เปลือกกล้วยด้านในช่วยฆ่าเชื้อ ที่เกิดจากบาดแผลได้เหมือนกัน แต่ยังไงก็ตามเมื่อแปะที่บาดแผลแล้วก็ควรจะเปลี่ยนเปลือกใหม่ทุกๆ 2 ชั่วโมงด้วย
สรรพคุณกล้วย ยางกล้วยสามารถใช้ในการห้ามเลือดได้

           ก้านใบตอง ช่วยลดอาการบวมของฝี แต่ก่อนใช้ต้องตำให้แหลกเสียก่อน
ใบอ่อนของกล้วย หากนำไปอังไฟให้นิ่ม ก็ใช้ประคบแก้อาหารเคล็ดขัดยอกได้
หัวปลี นำมารับประทานเพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และบำรุงและขับน้ำนมสำหรับมารดาหลังคลอดบุตร
ผลดิบนำมาบดให้ละเอียดทั้งลูกผสมกับน้ำสะอาด รับประทานเพื่อแก้อาการท้องเสีย
ใบตอง อีกส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์กันอย่างมาก เช่น กระทง ห่อขนม ห่ออาหาร ทำบายศรี บวงสรวงต่างๆ

คุณค่าทางโภชนาการของกล้วย ต่อ 100 กรัม

  • ประโยชน์ของกล้วย
    พลังงาน 89 กิโลแคลอรี่
  • คาร์โบไฮเดรต 22.84 กรัม
  • น้ำตาล 12.23 กรัม
  • เส้นใย 2.6 กรัม
  • ไขมัน 0.33 กรัม
  • โปรตีน 1.09 กรัม
  • วิตามินบี1 0.031 มิลลิกรัม 3%
  • วิตามินบี2 0.073 มิลลิกรัม 6%
  • วิตามินบี3 0.665 มิลลิกรัม 4%
  • วิตามินบี5 0.334 มิลลิกรัม 7%
  • วิตามินบี6 0.4 มิลลิกรัม 31%
  • วิตามินบี9 20 ไมโครกรัม 5%
  • โคลีน 9.8 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินซี 8.7 มิลลิกรัม 10%
  • ธาตุเหล็ก 0.26 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุแมกนีเซียม 27 มิลลิกรัม 8%
  • ธาตุแมงกานีส 0.27 มิลลิกรัม 13%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 22 มิลลิกรัม 3%
  • โพแทสเซียม 358 มิลลิกรัม 8%
  • ธาตุโซเดียม 1 มิลลิกรัม 0%
  • ธาตุสังกะสี 0.15 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุฟลูออไรด์ 2.2 ไมโครกรัม
กล้วย% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)


แหล่งอ้างอิง : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (EN), USDA Nutrient database