กล้วย
เป็นไม้ผลที่คนไทยรู้จักกันมานาน เนื่องจากกล้วยมีถิ่นกำเนิดในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งในภูมิภาค
ดังกล่าว จากการศึกษาพบว่า กล้วยมีวิวัฒนาการถึง ๕๐ ล้านปีมาแล้ว ดังนั้นจึง เป็นไม้ผลที่มนุษย์รู้จักบริโภคเป็นอาหารกันอย่างแพร่หลาย เชื่อกันว่ากล้วยเป็นไม้ผลชนิดแรกที่มีการปลูกเลี้ยงไว้ตามบ้าน และได้แพร่พันธุ์จากเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปยังดินแดนอื่นๆ 

สรรพคุณของกล้วย
กล้วยน้ำว้าดิบ บรรเทาอาการท้องเดินชนิดไม่รุนแรงได้ค่ะ เพราะมี
สานแทนนิน ที่มีรสฝาด ตามตำราโบราณบอกไว้ว่า ให้รับประทานกล้วยน้ำว้าห่ามๆ
ครั้งละครึ่งถึงหนึ่งผล หรืออีกวิธีหนึ่ง คือ
ให้นำกล้วยน้ำว้าดิบมาฝานเป็นแว่นบางๆ ตากแดดให้แห้ง บดเป็นผงแล้วนำมาชงน้ำร้อนดื่มก็ได้ผลเช่นกันค่ะ
ส่วนกล้วยน้ำว้าสุก ให้ผลในทางกลับกันค่ะ คือมีฤทธิ์เป็นยาระบาย
เพราะมี สารเพกทิน ที่เป็นเมือกลื่นอยู่สูง จะรับประทานเปล่าๆ
หรือดองในน้ำผึ้งรับประทานก่อนนอนก็ได้ค่ะ
-กล้วยป่า (Musa acuminata) กล้วยป่ามีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ผลมีขนาดเล็กไม่มีเหลี่ยมปลายมน เปลือกบางสีเขียวอมเหลือง เนื้อสีเหลืองรสหวานหอม
มีเมล็ดมาก
-กล้วยตานี (Musa balbisiana) มีถิ่นกำเนิดทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย
หรือเอเชียใต้ ผลมีเม็ดเยอะไม่นิยมนำมากิน ปลีใช้ปรุงอาหาร
(เป็นปลีที่อร่อยกว่ากล้วยใด ๆ) เหง้าใช้ทำแกงคั่วได้ ผลอ่อนมีรสฝาดนิดหน่อย
ใช้เป็นเครื่องเคียงของเมี่ยงอิสาน หรือ แกงกับมะเฟืองเปรี้ยว
หรือเผาแล้วลาบกับนกเขาก็อร่อยดี หรือจะสับเป็นเส้นแล้วตำปลาร้า
ใส่มะขามเปียกเยอะๆ ก็อร่อยใช้ทำส้มตำ
แต่ต้องเลือกลูกที่ผ่าออกมาแล้วเม็ดเป็นสีขาวถึงจะอ่อนจริง ผลแก่ใช้นำมาทำน้ำส้ม
ไม่นิยมกิน
-กล้วยหักมุก ผลสุกรสหวานอร่อย นิยมนำมาปิ้งทานค่ะ
-กล้วยเล็บมือนาง
เครือผลเล็ก และมีขนสีน้ำตาลปกคลุมตามก้านเครือและก้านหวี
ผลเรียว เมื่อสุกมีสีเหลืองเข้ม เนื้อแน่น รสหวานหอมคล้ายกล้วยหอม
นิยมกินผลสุกหรือทำเป็นกล้วยตาก ปลูกได้ทุกภาค และโดยเฉพาะภาคใต้ที่จังหวัดชุมพร
กล้วยเล็บมือนางของชุมพรรสชาติดีที่สุด ใครมาเที่ยวชุมพรก็คงเห็นกล้วยเล็บมือนาง
และมีขายกันเกือบทุกหนแห่ง และถ้าเข้าไปในเขตเมือง หรือตามตลาดสด ก็จะเห็นกองขายอยู่มากมาย
กล้วยเล็บมือนาง ลักษณะผลจะเรียวเล็กคล้ายนิ้วมือสุภาพสตรี
เนื้อสีเหลือง รสหวาน ผลไม่ใหญ่นักแต่มีกลิ่นคล้ายกล้วยหอม
และมีรสชาติหวานทั้งกลิ่นและรสหวานจะมีลักษณะเฉพาะตัว
บางคนบอกว่าหวานแบบฉุนเล็กน้อย บางคนก็บอกว่าหวานหอม
กล้วยเล็บมือนาง เป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการและให้พลังงาน
มีสารอาหารที่สำคัญ ได้แก่คาร์โบไฮเดรต วิตามินและเกลือแร่
กล้วยเล็บมือนางสุกให้รสชาติดี เนื้อนุ่มรสหวานและมีกลิ่นหอม
กล้วยเล็บมือนางสามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีรสชาติต่างไปจากกล้วยสุก เช่น
ผลิตภัณฑ์ผลไม้แผ่นและอบแห้ง
กล้วยไข่ ให้พลังงานมากที่สุดในบรร***ล้วยทุกชนิด คือ 140 แคลอรี่ จากปริมาณ 100
กรัมที่รับประทาน ทั้งยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ คือ
เบต้าแคโรทีน มากที่สุดซึ่งมีถึง 492 มิลลิกรัม
สูงกว่ากล้วยหอมประมาณ 5 เท่าค่ะ
สารเบต้าแคโรทีนจะถูกตับเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ
มีสรรพคุณช่วยบำรุงสายตาและผิวหนังค่ะ
กล้วยหอมทองกล้วยหอมเขียว มีโปตัสเซียมสูง
ทำให้ระบบประสาทและกล้ามเนื้อทำงานได้ดีค่ะ และโปตัสเซียมยังช่วยในการทำงานของสมอง
ทำให้สมองได้รับออกซิเจนมากขึ้นด้วย
ทั้งยังมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสมากกว่ากล้วยชนิดอื่น
แต่ให้พลังงานน้อยกว่ากล้วยไข่และกล้วยน้ำว้า
กล้วยหอมสุก น้ำตาลหลายชนิด มีสารเพคติน โปรตีน วิตามินเอและซี
และมีสารที่ทำให้เกิดกลิ่นหอม คือ Amly Scetatea ค่ะ ถ้าหากรับประทานกล้วยหอม 100
กรัม จะได้รับพลังงาน 130 แคลอรี่ค่ะ
-กล้วยกล้าย กล้วยเล็บช้างกุด
ต้องนำมาทำให้สุกด้วยความร้อน กล้วยเหล่านี้มีแป้ง
เมื่อดิบมีแป้งมาก เนื้อค่อนข้างแข็ง
เมื่อสุกยังมีส่วนของแป้งอยู่มากกว่ากล้วยกินสดมาก เนื้อจึงไม่ค่อยนิ่ม รสไม่หวาน
ต้องนำมาต้ม เผา ปิ้ง เชื่อม จึงจะทำให้อร่อย รสชาติดีขึ้น
ประโยชน์ของการกินกล้วย
- ช่วยลดกลิ่นปากได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ควรทานหลังตื่นนอนตอนเช้าทันทีแล้วค่อยแปรงฟัน และถ้าเป็นกล้วยน้ำว้าจะยิ่งช่วยลดกลิ่นปากได้ดีขึ้น
- กล้วย ช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกายให้เป็นปกติ
- กล้วยอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆที่สำคัญและจำเป็นต่อร่างกาย เช่น ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม คาโบไฮเดรต โปรตีน วิตามินเอ วิตามินบี6 วิตามินบี12 และวิตามินซี
- ช่วยเพิ่มพลังให้แก่สมองของคุณ เพราะมีสารที่ช่วยทำให้มีเกิดสมาธิและมีการตื่นตัวตลอดเวลา
- กล้วยก็มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระเหมือนกันนะ ที่ช่วยในการชะลอความแก่ตัวของร่างกายนั่นเอง
- กล้วยมีส่วนช่วยในการลดความอ้วนได้ เพราะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือกช่วยให้ลดอาการอยากกินของจุกจิกลงได้พอสมควร
- สำหรับผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับ กล้วยคือคำตออบสำหรับคุณ
- อาการหงุดหงิดยามเช้า กล้วยก็ช่วยคุณได้เหมือนกัน
- ช่วยลดอาการหงุดหงิดของผู้หญิงในช่วงประจำเดือนมา
- ช่วยลดอาการเมาค้างได้ดีระดับหนึ่ง เพราะจะช่วยชดเชยน้ำตาลที่ร่างกายขาดไปในขณะดื่มแอลกอฮอล์
- เป็นตัวช่วยสำหรับผู้ที่ต้องการอยากเลิกสูบบุหรี่ เพราะในกล้วยมีวิตามินเอ ซี บี6 บี12 โพรแทสเซียม และแมกนีเซียมที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้นจากการเลิกนิโคติน
- ช่วยรักษาอาการท้องผูก เพราะกล้วยมีเส้นใยและกากอาหารซึ่งจะช่วยให้ขับถ่ายได้อย่างปกติ
- ช่วยบรรเทาอาการของริดสีดวงทวาร หรือในขณะขับถ่ายจะมีเลือดออกมา
- ช่วยลดอาการเสียดท้อง ลดกรดในกระเพาะ การกินกล้วยจะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายจากอาการนี้ได้
- ช่วยรักษาโรคโลหิตจางได้ เพราะในกล้วยมีธาตุเหล็กสูง ซึ่งจะช่วยในการผลิตฮีโมโกลบินในเลือด เพื่อรักษาภาวะโลหิตจางหรือผู้ที่อยู่ในสภาวะขาดกำลัง
- ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง หรือเส้นเลือดฝอยแตกได้
- ช่วยลดโอกาสเสี่ยงของการเกิดเส้นโลหิตแตกได้
- สำหรับผู้ที่เป็นโรคกระเพาะหรือกระเพาะอักเสบ การรับประทานกล้วยบ่อยๆ ถือเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะกล้วยมีสภาพเป็นกลาง มีความนิ่มและเส้นใยสูง
- ช่วยรักษาแผลในลำไส้เรื้อรัง เพราะกล้วยมีสภาพเป็นกลาง ทำให้ไม่เกิดการละคายเคืองในผนังลำไส้และกระเพาะอาหารด้วย
- ช่วยรักษาโรคซึมเศร้า ภาวะความเครียด เพราะกล้วยมีโปรตีนชิดหนึ่งที่เรียกว่า Tryptophan ซึ่งช่วยในการผลิตสาร Serotonin หรือ ฮอร์โมนแห่งความสุข จึงส่วนช่วยในการผ่อนคลายอารมณ์ได้ดียิ่งขึ้น
- ช่วยลดอัตราการเกิดตะคริวบริเวณมือ เท้า และน่องได้
- ช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องของมารดาลงได้
- กล้วย สรรพคุณช่วยบรรเทาอาการนิ่วในไตได้ในระดับหนึ่ง
ประโยชน์ของกล้วย
- กล้วยก็สามารถนำมาทำเป็นมาส์กหน้าได้เหมือนกันนะ โดยจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว ช่วยลดความหยาบกร้านบนผิว วิธีง่ายๆ เพียงแค่ใช้กล้วยสุกหนึ่งผลมาบดให้ละเอียด แล้วเติมน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นคลุกให้เข้ากัน แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก
- เปลือกกล้วยสามารถแก้ผื่นคันที่เกิดจากยุงกัดได้ ด้วยการลองใช้ด้านในของเปลือกกล้วยทาบริเวณที่ถูกยุงกัด อาการคันจะลดลงไปได้ระดับหนึ่ง
- เปลือกด้านในของกล้วยช่วยในการรักษาโรคหูดบนผิวหนังได้ โดยใช้เปลือกกล้วยวางปดลงบริเวณหูดแล้วใช้เทปแปะไว้
- เปลือกกล้วยด้านในช่วยฆ่าเชื้อ ที่เกิดจากบาดแผลได้เหมือนกัน แต่ยังไงก็ตามเมื่อแปะที่บาดแผลแล้วก็ควรจะเปลี่ยนเปลือกใหม่ทุกๆ 2 ชั่วโมงด้วย
ก้านใบตอง ช่วยลดอาการบวมของฝี แต่ก่อนใช้ต้องตำให้แหลกเสียก่อน
ใบอ่อนของกล้วย หากนำไปอังไฟให้นิ่ม ก็ใช้ประคบแก้อาหารเคล็ดขัดยอกได้
หัวปลี นำมารับประทานเพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และบำรุงและขับน้ำนมสำหรับมารดาหลังคลอดบุตร
ผลดิบนำมาบดให้ละเอียดทั้งลูกผสมกับน้ำสะอาด รับประทานเพื่อแก้อาการท้องเสีย
ใบตอง อีกส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์กันอย่างมาก เช่น กระทง ห่อขนม ห่ออาหาร ทำบายศรี บวงสรวงต่างๆ
% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)
ใบอ่อนของกล้วย หากนำไปอังไฟให้นิ่ม ก็ใช้ประคบแก้อาหารเคล็ดขัดยอกได้
หัวปลี นำมารับประทานเพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และบำรุงและขับน้ำนมสำหรับมารดาหลังคลอดบุตร
ผลดิบนำมาบดให้ละเอียดทั้งลูกผสมกับน้ำสะอาด รับประทานเพื่อแก้อาการท้องเสีย
ใบตอง อีกส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์กันอย่างมาก เช่น กระทง ห่อขนม ห่ออาหาร ทำบายศรี บวงสรวงต่างๆ
คุณค่าทางโภชนาการของกล้วย ต่อ 100 กรัม
- พลังงาน 89 กิโลแคลอรี่
- คาร์โบไฮเดรต 22.84 กรัม
- น้ำตาล 12.23 กรัม
- เส้นใย 2.6 กรัม
- ไขมัน 0.33 กรัม
- โปรตีน 1.09 กรัม
- วิตามินบี1 0.031 มิลลิกรัม 3%
- วิตามินบี2 0.073 มิลลิกรัม 6%
- วิตามินบี3 0.665 มิลลิกรัม 4%
- วิตามินบี5 0.334 มิลลิกรัม 7%
- วิตามินบี6 0.4 มิลลิกรัม 31%
- วิตามินบี9 20 ไมโครกรัม 5%
- โคลีน 9.8 มิลลิกรัม 2%
- วิตามินซี 8.7 มิลลิกรัม 10%
- ธาตุเหล็ก 0.26 มิลลิกรัม 2%
- ธาตุแมกนีเซียม 27 มิลลิกรัม 8%
- ธาตุแมงกานีส 0.27 มิลลิกรัม 13%
- ธาตุฟอสฟอรัส 22 มิลลิกรัม 3%
- โพแทสเซียม 358 มิลลิกรัม 8%
- ธาตุโซเดียม 1 มิลลิกรัม 0%
- ธาตุสังกะสี 0.15 มิลลิกรัม 2%
- ธาตุฟลูออไรด์ 2.2 ไมโครกรัม
แหล่งอ้างอิง : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (EN), USDA Nutrient database

